“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ของ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ จังหวัดนครนายก

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามภารกิจของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) โดยมี รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สำนักงานใหญ่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก

ในการนี้ ดร.พรสรรค์ โรจนพานิช ดร.กนกพร บุญศิริชัย รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยผู้รับผิดชอบโครงการ ได้รายงานข้อมูลพื้นฐานและภารกิจของหน่วยงานที่สอดคล้องกับแผนงาน/แผนยุทธศาสตร์ชาติในด้านต่างๆ รวมทั้งแผน/ผลการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของ สทน. และงบประมาณในปี พ.ศ. 2568 - 2569 ซึ่งผลการดำเนินการในภาพรวมเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยดำเนินโครงการสำคัญๆ อาทิ โครงการตรวจสอบการปลอมปนน้ำผึ้งและน้ำมะพร้าวด้วยเทคนิควิเคราะห์ไอโซโทปเสถียร โครงการการลดใช้สารเคมีด้วยการควบคุมแมลงวันผลไม้ด้วยเทคนิคแมลงวันเป็นหมันในพื้นที่ผลิตผลไม้ส่งออก โครงการยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าอาหารพื้นถิ่นสู่อาหารฟังก์ชันด้วยการฉายรังสี โครงการบริการด้านการฉายรังสี เป็นต้น ซึ่ง สทน. ได้ดำเนินการวิจัย พัฒนาการให้บริการทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย และเกิดประโยชน์ต่อประเทศ

ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณหน่วยงานที่ให้ข้อมูลผลการดำเนินงานตามภารกิจของ สทน. และได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับกาiประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้ในภารกิจของหน่วยงาน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในภาคเศรษฐกิจและสังคม และการเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับภารกิจเฉพาะด้านในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยอาจทำความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาบุคลากรหรือการรับนักศึกษาในหลักสูตร CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาที่สถาบันการศึกษาร่วมมือกับสถานประกอบการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมหรือชุมชน ในการร่วมผลิตบัณฑิต เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนทฤษฎีในมหาวิทยาลัยสลับกับการปฏิบัติงานจริงในสถานที่ทำงาน ซึ่งจะทำให้มีอัตรากำลังมาทำงานและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานในการเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับภารกิจขององค์กร นอกจากนี้ควรมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานข้ามกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เช่น โครงการการลดใช้สารเคมีด้วยการควบคุมแมลงวันผลไม้ด้วยเทคนิคแมลงวันเป็นหมันในพื้นที่ผลิตผลไม้ส่งออก โครงการการผลิตพอลิเมอร์ดูดซึมน้ำสูงจากแป้งมันสำปะหลังด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี และโครงการการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป็นต้น โดยอาจร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และควรประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีฟิวชันและ Thailand Tokamak และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป
จากนั้นในช่วงบ่าย ได้เยี่ยมชมความก้าวหน้าการพัฒนาเครื่องโทคาแมคเพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันในอนาคต ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชันสำหรับการวิจัยและพัฒนาพลาสมาอุณหภูมิสูงของประเทศไทย โดยระบบและทีมวิจัยมีประสิทธิภาพและความพร้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเยี่ยมชมการให้บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ Nuclear to Industry ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นกระบวนการที่นำเทคโนโลยีรังสีขั้นสูงมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพ เปลี่ยนสี และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอัญมณี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทาง Deep Tech ของประเทศ และเพิ่มโอกาสอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก จากนั้น เยี่ยมชมการให้บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร อาทิ งานตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหาร งานตรวจวิเคราะห์ความเจือปนน้ำตาลในน้ำผึ้ง/น้ำมะพร้าว ระบบ E-Service งานตรวจวิเคราะห์ไอโซโทปในตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ซึ่ง สทน. ได้พัฒนาศักยภาพวิธีวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพการทดสอบให้มีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งตัวอย่างไปตรวจต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนและใช้เวลาสูงกว่ามาก




ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม