“เพ็ญนภา” ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ อว.ส่วนหน้า จังหวัดราชบุรี

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ผตร.อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม อว.ส่วนหน้า จังหวัดราชบุรี (มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง) โดยมี ผศ.อรรถพล อุสายพันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กล่าวต้อนรับและแนะนำมหาวิทยาลัย ร่วมกับ ผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ รองอธิการบดี ผศ.ดร.ชัชวาล แอร่มหล้า รองอธิการบดี พร้อมคณาจารย์ หัวหน้าส่วนราชการ/วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เกษตรจังหวัดราชบุรี เกษตรอำเภอบ้านคา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี ประธานวิสาหกิจชุมชนต่างๆ


ในการนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการที่สำคัญ ดังนี้
1. โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด อำเภอบ้านคา ซึ่ง ผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ รองอธิการบดี รายงานว่า มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับเกษตรกรและหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 โดยนำส่วนเหลือทิ้งของสับปะรดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาเป็นอาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ช่วยเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกร
2. โครงการจัดตั้งโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ จังหวัดราชบุรี ซึ่งรายงานโดย ผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ รองอธิการบดี มีเป้าหมายหลัก “เพื่อดูแลผู้สูงอายุแบบครบมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” อีกทั้งใช้แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยผสานความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อปท. ชมรมผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่าย
3. โครงการพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษาจังหวัดราชบุรี โดย ผศ.ดร.สันติ รักษาวงศ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ดำเนินโครงการ กล่าวรายงานว่า ดำเนินการโดยเชื่อมโยงโรงเรียน หน่วยงานด้านการศึกษา มหาวิทยาลัย และภาคีต่าง ๆ ผ่าน สมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อร่วมกันวางระบบและแก้ปัญหาการศึกษาในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
4. โครงการพัฒนาชุมชนนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ซึ่ง ผศ.ดร.สันติ รักษาวงศ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้นำแนวทาง “นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยลงสู่ชุมชน” ให้เกษตรกรทดลองใช้และร่วมปรับปรุงให้เหมาะกับพื้นที่จริง ตัวอย่างเด่น ได้แก่ ระบบบริหารจัดการน้ำ การเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ และการผลิตสารปรับปรุงดิน/สารไล่ศัตรูพืช
5. โครงการพัฒนากำลังคนและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนด้วย Soft Power มวยไทย โดยอาจารย์ ดร.บารมี ชูชัย คณบดีวิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย กล่าวรายงาน ซึ่งมีจุดน่าสนใจคือ ใช้ “มวยไทย” เป็น Soft Power ในการพัฒนาคนและพื้นที่ โดยบูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการเข้ากับการทำงานของภาคีเครือข่ายในจังหวัด
6. โครงการบูรณาการความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ มจธ. ราชบุรี ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ปิยะภานุวัตน์ ผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี รายงาน โดยมีการจุดเด่นคือ เชื่อมโยง มหาวิทยาลัย–ภาครัฐ–ภาคเอกชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ยกระดับผู้ประกอบการในภาคตะวันตกตามแนวทาง BCG Economy
ในการนี้ ผตร.อว. ได้กล่าวชื่นชมคณาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีกลไกการดำเนินงานที่ชัดเจน สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายต่างๆ มีเครือข่ายที่เข้มแข็ง เข้าถึงชุมชนได้เป็นอย่างดี รวมถึงชุมชน หน่วยงานราชการในพื้นที่มีความเข้มแข็งมาก มีการบูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจน และนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ในการพัฒนาชุมชน ซึ่งตรงกับนโยบายของกระทรวง อว. ที่งานวิจัยต้องนำไปใช้ได้ ซึ่งนับเป็นภาพที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก พร้อมนี้ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมให้มหาวิทยาลัยมีการขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์สับปะรดเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง หรือทำเป็นผลิตภัณฑ์สร้างเสริมสุขภาพ ในส่วนของโครงการจัดตั้งโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ ขอให้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สาธารณสุข มาช่วยสนับสนุนและแนะนำการดูแลสุขภาพ และอาจส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในพื้นที่เป็นวิทยากรแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ และสร้างคุณค่าความภูมิใจให้กับผู้สูงอายุได้

จากนั้นในช่วงบ่าย คณะผู้ตรวจราชการกระทรวง พร้อมคณะทำงานของมหาวิทยาลัยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมทอมือ ซึ่ง จุดน่าสนใจได้แก่ การพัฒนาครบวงจรตั้งแต่ ปลูกหม่อน–เลี้ยงไหม–สาวไหม–ทอผ้า–ย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้นำองค์ความรู้มาช่วยออกแบบลวดลาย บรรจุภัณฑ์ และสร้างเอกลักษณ์ผ้าไหมสวนผึ้ง จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “โครงการต้นกล้าหม่อนไหม” ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและอาชีพให้เกิดความยั่งยืน
ภาพรวมที่โดดเด่น: ทุกโครงการมีจุดร่วมคือ “มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำงานอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ลงมือทำร่วมกับชุมชนและภาคีในพื้นที่” โดยนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้แก้ปัญหาจริง สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวง อว. ที่มุ่งให้ งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง




ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม