
19 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามภารกิจของกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยมี นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ คณะผู้บริหาร และบุคลากรของ วศ. ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมอัครเมธี ชั้น 6 อาคาร ดร.ตั้ว ลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ กทม.
ในการนี้ นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดีฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้รายงานข้อมูลพื้นฐานขององค์กร แผนและผลการดำเนินงาน โดย วศ. เป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการดูแลประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของแผน 4 ประเด็นหลักและ 6 เป้าหมายการให้บริการ ได้แก่ 1) กำลังคนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ได้รับการพัฒนาศักยภาพนำไปสู่การพัฒนาฐานเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน 2) โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศด้านการตรวจสอบและรับรองได้รับการพัฒนาและยกระดับ นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ 3) ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานสู่เชิงพาณิชย์ 4) เศรษฐกิจฐานรากของประเทศมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม 5) ระบบการบริหารจัดการองค์กรและบุคลากรมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล และ6) องค์กรได้รับการพัฒนาสู่องค์กรดิจิทัล โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วศ. สามารถพัฒนากำลังคนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพได้ 629 ราย ห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 รวม 2,152 รายการ ทดสอบความชำนาญ 3,163 ราย และให้บริการตรวจสอบและสอบเทียบรวม 224,220 รายการ อีกทั้งยังส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้จริง เกิดการสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม และถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมเป้าหมายมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด สำหรับแผนการดำเนินงานสำคัญที่ วศ. จะขับเคลื่อน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยจะมุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ การพัฒนามาตรฐานและระบบรับรองให้ทัดเทียมสากล และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและประชาชน อาทิ แผนขับเคลื่อนสนามทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ CAV Proving Ground การส่งเสริมหน่วยตรวจสอบและรับรองและศูนย์วิทยาศาสตร์บริการร่วม และการแก้ไขเพิ่มเติม พรบ.ระเบียบบริหารราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 เป็นต้น


ในโอกาสนี้ หน.ผตร.อว. ได้กล่าวชื่นชมการทำงานและให้กำลังใจบุคลากรในการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน และเห็นว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านมาตรฐานระบบห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย หน.ผตร.อว. ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยเห็นว่า วศ. ควรมีการวางแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาและอุทยานวิทยาศาสตร์ในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนภารกิจและส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดการใช้ประโยชน์ห้องปฏิบัติการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนโดยการสนับสนุนการรับนักศึกษาในหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ในสาขาต่าง ๆ มาปฏิบัติงานภายในหน่วยงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการสร้างฐานข้อมูลและกำลังคนคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรองรับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะด้านในอนาคต
จากนั้น ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานเด่นและนวัตกรรมสำคัญ อาทิ การพัฒนาและรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ ระบบทดสอบความชำนาญ การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในฐานะองค์กรกำหนดมาตรฐาน ความก้าวหน้าของสนามทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ รวมถึงห้องปฏิบัติการด้านการทดสอบ วิเคราะห์ และสอบเทียบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เพื่อรับทราบกระบวนการดำเนินงานจริงและการพัฒนาระบบคุณภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ



ข้อมูลข่าวโดย : กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เว็บไซต์นี้ เป็นเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ สป.อว. เพื่อเข้าสู่มาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดกระทรวง โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป