อว. เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา Asian International Mobility for Students (AIMS) Programme เปิดโอกาสเสริมสร้างทักษะสากลและเป็นกลไกการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ Asian International Mobility for Students (AIMS) Programme ครั้งที่ 11 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ โดย อว. เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมดังกล่าวร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ SEAMEO RIHED ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วยผู้แทนระดับกระทรวงและมหาวิทยาลัยจากประเทศสมาชิกโครงการ AIMS จำนวน 8 ประเทศ ซึ่งภายใต้โครงการฯ มีนักศึกษาไทยเดินทางไปศึกษาในมหาวิทยาลัยสมาชิกและนักศึกษาจากประเทศสมาชิกเดินทางมาแลกเปลี่ยนที่ไทยแล้วมากกว่า 2,000 คน
นางเพ็ญนภา กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิต การทำงาน และการเรียนรู้ของผู้คนทั่วโลก ดังนั้น การพัฒนานักศึกษาให้มีความสามารถในการปรับตัว มีสมรรถนะสากล เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม และทำงานร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่หลากหลายได้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดย อว. มุ่งส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต พร้อมสนับสนุนความเป็นนานาชาติ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งโครงการ AIMS ถือเป็นกลไกสำคัญ ในการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว โดยโครงการ AIMS ไม่เพียงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลเมืองโลก เสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และส่งเสริมความกลมกลืนของการอุดมศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก
สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ AIMS เป็นเวทีการประชุมในระดับนโยบายเพื่อหารือและกำหนดทิศทางการดำเนินกิจกรรมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาภายใต้โครงการ AIMS ตลอดจนเพื่อร่วมพิจารณาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การผลักดันและขับเคลื่อนโครงการ AIMS ให้มีประสิทธิภาพ โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและประเทศสมาชิกจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ มีนักศึกษาของประเทศสมาชิกเข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากโครงการแล้วประมาณ 6,600 คน