122120975 4920112467999201 1986715474435615824 o

24 ตุลาคม 2563 : ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมและร่วมอธิปราย ในการประชุมสัมมนาทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยและผู้ประสานโครงการทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ ณ โรงแรม โนโวเทล ภูเก็ต กมลา บีช จังหวัดภูเก็ต

122142560 4920114937998954 5402569267005171094 o122301858 4920114841332297 9071375753781128151 o122446682 4920114911332290 7843619401678713561 o

รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) ในขณะนั้น กับกองทัพบก โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพการพัฒนายุทโธปกรณ์ ทดแทนและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากต่างประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เรามีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดสรรทุนวิจัยทางด้านยุทโธปกรณ์เพื่อพัฒนาศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ ภายใต้โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติจำนวนทั้งสิ้น 113 โครงการ นักวิจัยในโครงการทั้งสิ้นจำนวน 94 คน ขณะนี้มีผลงานวิจัยที่ผ่านการประเมินผลโดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.ทบ.) และนำไปสู่การผลิต/ใช้ประโยชน์แล้วจำนวน 4 โครงการ

122139566 4920118561331925 1274466805666670214 o122194419 4920117521332029 7748003777533981085 o122179698 4920112747999173 2925826323693567217 o

“สิ่งที่ได้ดำเนินการมาในโครงการต่างๆ ตลอดระยะเวลา 4-5 ปี มีโครงการที่สามารถนำไปใช้ประโยขน์ตามวัตถุประสงค์ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการที่เราดำเนินการทั้งหมดจะต้องนำไปสู่การใช้ประโยชน์ของกองทัพเพียงอย่างเดียวเทคโนโลยีหรืองานวิจัยที่เกิดขึ้นจากการวิจัยต่างๆเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆได้ โจทย์ที่สำคัญคือเราจะทำให้องค์ความรู้เหล่านี้สามารถกระจายไปสู่ภาคธุรกิจ หรือไปสู่การต่อยอดในเรื่องอื่นๆได้อย่างไร วันนี้เป็นโอกาสอันดีและเป็นความตั้งใจของ สป.อว. ที่อยากให้นักวิจัยของเรามาพบปะกัน เพราะในปัจจุบันการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ส่งผลกระทบในระดับใหญ่นั้นเป็นไปได้ยากมากหากไม่มีการทำงานในลักษณะเครือข่าย การพบกันในวันนี้นอกจากการเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ร่วมกันแล้วยังจะเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยต่อไปในอนาคตรองฯ ศุภชัย กล่าวในตอนท้าย

122148017 4920118837998564 8855833883651962188 o122129970 4920119174665197 1172924925030108478 o122237959 4920119171331864 3061024790313646329 o

122587295 4920118841331897 1611106911797977832 o122481106 4920117717998676 5786434756695882095 o

122258231 4920114124665702 7408519658658270126 o

การประชุมสัมมนาทางวิชาการดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายนักวิจัยและผู้ประสานงาน โครงการด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการโครงการฯ ให้เกิดประสิทธิภาพ และผลักดันนักวิจัยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค ในการทำงานวิจัยและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประสานงานวิจัยเครือข่ายโครงการทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ผู้รับทุน ผู้ร่วมวิจัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 70 คน

 122465752 4920112011332580 838015099055816954 o

ถ่ายภาพ      : อินทิรา บัวลอย
เขียวข่าว     : เจษฏา วณิชชากร
วีดีโอ          : วีนัส แก้วประเสริฐ

เผยแพร่ข่าว ปราณี ชื่นอารมณ์ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โทรศัพท์ 0 2039 5609 Facebook : @opsMHESI/

121817640 4903874802956301 3844728871636107211 o

20 ตุลาคม 2563  : ศาสตราจารย์สัมพันธ์ ฤทธิเดช เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา บรรยายในหัวข้อ “แนวนโยบายและกลไกในการเสริมพลังเครือข่ายผู้บริหารมหาวิทยาลัย” และกล่าวปิดในการสัมมนาวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายนักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (เครือข่าย นบม.) ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา และผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการพัมนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการรดับสูง เข้าร่วมการสัมมนากว่า 200 คน

121996815 4903876026289512 1310080414846593827 o 121695191 4903876419622806 6166362276583833280 o

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้จัดโครงการฝึกอบรมในหลักสูตรการพัฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (เครือข่าย นบม.) อย่างต่อเนื่องกันมาทุกปี ปีละ 1-2 รุ่น ซึ่งได้พัฒนาผู้บริหารระดับสูงที่พร้อมด้วยวิสัยทัศน์ องค์ความรู้ ทักษะการบริหาร และเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาการบริหารมหาวิทยาลัยไปแล้วกว่า 1,400 คน ผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่ดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร นบม. ถือว่าเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการแลกเปลียน ถ่ายทอดและเสนอแนะนโยบาย ตลอดจนแนวคิดและรูปแบบวิธีการบริหารสถาบันอุดมศึกษาได้เป็นอย่างดี

121672763 4903875866289528 5797214798086965770 o121778739 4903876092956172 1164392480467773408 o121813744 4903876139622834 3213107680426791338 o

121814962 4903875636289551 2827682068504878298 o121966811 4903875296289585 7759735096765558205 o121997113 4903876309622817 3324794253806180107 o

ปี พ.ศ. 2563 เป็นวาระครบรอบ 20 ปี ของโครงการ นบม. โดยความร่วมมือกับมูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย และ สมาชิก นบม. รุ่นที่ 30 จึงได้ร่วมกันจัดโครงการสัมมนาทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายนักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (เครือข่าย นบม.) เรื่อง “ความท้าทายของสถาบันอุดมศึกษาไทยในยุคชีวิตวิถีใหม่” เพื่อให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรการพํฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (นบม.) ได้แลกเปลียนแนวคิด ประสบการณ์ และระดมความคิดเพื่อช่วยพัฒนาอุดมศึกษาโดยร่วมกันหายุทธศาสตร์แนวทางในการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษาไทยภายใต้ยุคของชีวิตวิถีใหม่

เลขาธิการ กกอ. กล่าวในตอนหนึ่งว่า “นโยบายในด้านหนึ่งของหลักสูตร คือ เราต้องคิดให้ทันว่าสิ่งที่ทำอยู่มันล้าสมัยหรือไม่ หลักสูตรที่เราทำจะไปตอบโจทย์ปลายทางของผู้ใช้ได้หรือไม่ ต้องเป็นหลักสูตรที่สร้างทักษะ 4C ได้แก่ Creative thinking, Critical Thinking, Communication และ Collaboration คือสร้างให้คนมีความรู้ คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ สื่อสารและบูรณาการได้ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างมากในยุคชีวิตวิถีใหม่ หลังจากการสัมมนานี้ขอให้ทุกท่านได้คิดร่วมกัน ช่วยเหลือกัน ให้มองผลประโยชน์ของชุมชน สังคม และประเทศเป็นตัวตั้ง ถ้าเราร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ก็จะช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไปได้”

122288607 4903875709622877 2625030684698876575 o122148883 4903876482956133 7937905264464122886 o122069754 4903875852956196 455729145001796572 o

ถ่ายภาพ                 : อินทิรา บัวลอย
เขียวข่าว                : วีนัส แก้วประเสริฐ
วีดีโอ/ถ่ายทอดสด   : ธีระวัฒน์ ก่อบุญ

เผยแพร่ข่าว : ปราณี ชื่นอารมณ์ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2039 5609 Facebook : @opsMHESI/

 

AFD556B3 9534 469C B0ED EB08E64E03E0

14 ตุลาคม 2563 : ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ถนนศรีอยุธยา มีการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กิตติชัย วัฒนานิกร เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญ คือ การเสนอให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงฯ ในฐานะเลขานุการ กมอ. เปิดเผยว่า กมอ. ได้มีมติให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา ทั้งนี้ ให้สภาสถาบันกำกับดูแลให้บัณฑิตมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องตามมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพที่เป็นปัจจุบันขณะสำเร็จการศึกษา อย่างไรก็ตามเนื่องจากการยกเลิกดังกล่าวเป็นการยกเลิกข้อกำหนดในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ดังนั้น ให้หารือคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายว่า กมอ. สามารถพิจารณาโดยใช้อำนาจตามข้อ 17 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี และ ข้อ 18 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาได้หรือไม่ หรือจะมีแนวทางอื่นใดในการดำเนินการดังกล่าว

เลขาฯ กมอ.กล่าวต่อว่า การยกเลิกดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในการเรียนรู้องค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปริญญาตรี ซึ่งเดิมหากเรียนไม่จบภายในกำหนดคือ 8 ปี จะถูกรีไทร์หรือถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ให้ยกเลิกการรีไทร์ เช่นเดียวกับระดับปริญญาโทที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 5 ปี และปริญญาเอกที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 ปี โดยให้สามารถเรียนต่อได้เลย หากไม่จบการศึกษาในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ กมอ. จะให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยของแต่ละมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน สามารถกำหนดเกณฑ์ระยะเวลาได้เองให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัย

“หลังยกเลิกการกำหนดเกณฑ์แล้ว นักศึกษา สามารถเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย โดยไม่ต้องกังวลกับการถูกรีไทร์ เพราะการเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยจะช่วยในเรื่องการพัฒนาทักษะ ความชำนาญ ประสบการณ์การทำงาน” ดร.ศุภชัย กล่าวในตอนท้าย

 

เผยแพร่ข่าว : ปราณี ชื่นอารมณ์ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2039 5609 Facebook : @opsMHESI/