.jpg)

ดร.สุจินดา โชติพานิช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ 2553 ในหัวข้อ “Thai Professionals Conference 2010 : Green Thailand” และก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างการอุดมศึกษาไทยและนักวิชาชีพไทยในต่าง ประเทศ เพื่อแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการเฉพาะสาขาวิชาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2553 จัดโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2553
ดร.สุจินดา โชติพานิช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า การที่พวกเรามีประชุมกันในวันนี้เพื่อมาพบปะพูดคุยและสร้างเครือข่ายการทำ งานระหว่างนักวิชาชีพในประเทศไทย และนักวิชาชีพในต่างประเทศ ในเรื่องที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ ในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของประเทศไทยเราก้าวได้ว่า ณ วันนี้ ยังไม่เข้มแข็งพอ เราจะต้องเร่งพัฒนาเพื่อสร้างศักยภาพ ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของเรากันอีกมาก ถ้าหากดูจากสถานะภาพการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีของเราในปัจจุบัน แม้ว่าเราจะมีความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น โดยเราสามารถที่จะพัฒนาตัวของเราให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าหากเราไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้ว โดยเฉพาะกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน อาทิ ไตหวัน เกาหลี หรือมาเลเซีย จะเห็นว่าเรายังถูกทิ้งห่างจากเขามาก การพัฒนาของเราที่ผ่านมาก้าวหน้าไป แต่ไปอย่างช้าๆ
การสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ และต้องการหาช่องทางวิธีการที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ในต่าประเทศก็จะเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะสามารถพัฒนาและสร้างความสามารถของ เราไปได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ นักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญสูงในหลายๆ สาขา ซึ่งความเชี่ยวชาญของท่านไม่ว่าจะเป็นทางด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ด้านการศึกษา ด้านพลังงาน ด้านนาโนเทคโนโลยีและวัสดุ ด้านธุรกิจการเงิน และด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งล้วนจะเป็นประโยชน์ในการที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถทาง ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศ นอกจากนี้ท่านยังมีเครือข่ายในการทำงานเชื่อมโยงกับองค์กรที่เชี่ยวชาญใน ต่างประเทศอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยให้เราขยายกรอบความร่วมมือในการทำงานให้กว้างออกไปอีก
ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีเทคโนโลยีที่ก้าวรุกหน้า ถ้าหากเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์กรและนักวิชาการเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นโอกาสอันดีในการที่จะพัฒนาในอนาคต เพื่อนำองค์ความรู้ใหม่ๆ มาสู่การพัฒนาประเทศต่อไป
![]() |
![]() |
ด้าน ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า นับแต่ปี พ.ศ. 2534 ได้มีการรวมตัวกันของนักวิทยาศาสตร์ไทยในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ในทวีปยุโรป และญี่ปุ่น โดยการสนับสนุนของสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนก่อตั้งเป็นสมาคมวิชาชีพไทยทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ นักวิชาการไทยจากสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (ATPAC) สมาคมนักวิชาชีพไทยในยุโรป (ATPER) และสมาคมนักวิชาชีพไทยในญี่ปุ่น (ATPIJ) นักวิชาการไทยทั้ง 3 สมาคมได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานในประเทศไทยครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพลังงาน โดยสรุปกิจกรรมที่ดำเนินการเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การสร้างหลักสูตรและการพัฒนาบุคลากรในระดับอุดมศึกษา 2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยไปเป็นวิทยากรประชุมสัมมนา ฝึกอบรม 3. การเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานนักวิจัยรุ่นใหม่ และ 4. งานด้านการวิจัยและพัฒนา
ในปี พ.ศ. 2539 สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ ต่อมาจากมูลนิธิดำรง รัตนพิพัฒน์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากนักวิชาชีพจากต่างประเทศ การประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศได้จัดประชุมต่อเนื่องมาโดยลำดับโดย สลับกันจัดในประเทศไทยและในต่างประเทศ ครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้มีการจัดประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศในประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2551 ภายในหัวข้อเรื่อง “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาประเทศ”
การประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ ประจำปี 2553 ในครั้งนี้ จัดขึ้นในหัวข้อเรื่อง “Thai Professionals Conference 2010 : Green Thailand” และ “ก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างการอุดมศึกษาไทยกับนักวิชาชีพไทยในต่าง ประเทศ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ ได้มารับทราบความต้องการจากหน่วยงานประเทศไทย เพื่อที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนาประเทศในด้านเดียวกัน และนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ ก็จะได้นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่มีอยู่มาถ่ายทอดให้นักวิชาชีพในประเทศไทยได้ทราบ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นความต้องการและเกิดความร่วมมืออย่างเป็น รูปธรรมในอนาคตต่อไป
การประชุมระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม2553 มีกิจกรรมดังต่อไปนี้ ช่วงวันที่ 5-6 จะเป็นการประชุมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. Greening of Thai Industries 2. New Topics for EU cooperation 3. Hard Disk Drive & ATPAC cooperation 4. Food Safety & Nutraceuticals 5. Nuclear Energy และในวันที่ 7 กรกฎาคม2553 เป็นการประชุมในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างการอุดมศึกษาไทยกับนักวิชาชีพไทยในต่าง ประเทศ” นอกจากนี้นักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศจะได้ไปเยี่ยมหน่วยงานที่สนใจ เพื่อให้คำปรึกษาหารือให้มีความร่วมมือและดำเนินการต่อไปในอนาคต การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม 330 ท่าน ประกอบด้วยนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) จำนวน 50 คน และนักวิชาการจากสถาบันอุดมศึกษา , กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สกว. หน่วยงานราชการอื่นๆ และบริษัทเอกชน รวม 280 คน



.jpg)
.jpg)