
ในชุมชนที่มีเกษตรกรที่ทำการเลี้ยงสัตว์มักจะประสบปัญหาของช่วยลดมลภาวะ ต่างๆ ที่เกิดจากการทำฟาร์ม เช่น กลิ่น น้ำเสียและแมลงวัน เพื่อที่จะลดปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเกิดแนวความคิดที่จะกำจัดสิ่งปฏิกูลต้นเหตุ โดยการใช้สิ่งปฏิกูลดังกล่าวมาแปลงเป็นแก๊สชีวภาพเป็นพลังงานทดแทนสำหรับการ จุดตะเกียงให้แสงสว่างและการหุงต้มในครัวเรือน และนำกากที่ได้ไป และนำกากจากมูลสัตว์ที่ผ่านการย่อยสลายแล้วมาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ อันเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกรในชุมชน
ถุงหมักก๊าซชีวภาพพีวีซี เหมาะสมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย เช่น สุกร เป็ด ไก่ นกกระทา โดยมูลสัตว์ประมาณ 10 – 15 ตัว สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพียงพอสำหรับการใช้ทดแทนก๊าซหุงต้มเพื่อทำอาหารในครัวเรือนได้
ถุงหมักก๊าซชีวภาพช่วยลดปัญหามลภาวะจากมูลสัตว์/อินทรียวัตถุที่เน่าเปื่อย ซึ่งมีอยู่ในชุมชน และครัวเรือน เป็นแหล่งพลังงานทดแทนช่วยให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าซหุงต้ม (LPG) ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ถัง หรือประมาณ 300 บาท ช่วยลดปัญหาการผลิตก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเป็นกากเหลือจากการผลิตก๊าซชีวภาพแล้ว ราคาถูก ใช้วัสดุในท้องถิ่น และบำรุงรักษาง่าย
ประดิษฐ์โดย : รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตวน้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประโยชน์ของการทำบ่อก๊าซชีวภาพ
1. ด้านพลังงาน เมื่อพิจารณาด้านเศรษฐกิจแล้ว การลงทุนผลิตก๊าซชีวภาพจะลงทุนต่ำกว่าการผลิตเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานจากเชื้อเพลิงแหล่งอื่นๆ เช่น ฟื้น ถ่าน น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และไฟฟ้าได้ ทั้งนี้ก๊าซชีวภาพ จำนวน 1 ลูกบาศก์เมตรสามารถนำไปใช้ได้ดัง นี้
1.1 ให้ค่าความร้อน 3,000 – 5,000 กิโลแคลอรี่ ความร้อนนี้จะทำให้น้ำ 130 กิโลกรัม ที่อุณหภูมิ 20 องศา เซลเซียล เดือดได้
1.2 ใช้กับตะเกียงขนาด 60 – 100 วัตต์ ลุกไหม้ได้ 5 – 6 ชั่งโมง
1.3 ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 1.25 กิโลวัตถ์
1.4 ใช้กับเครื่องยนต์ 2 แรงม้าได้นาน 1 ชั่วโมง
1.5 ถ้าใช้กับครอบครัวขนาด 4 คน สามารถหุงต้มได้ 3 มื้อ

2. ด้านปรับปรุงสภาพแวดล้อม โดยการนำมูลสัตว์ ปัสสาวะ น้ำล้างคอกมาหมักในบ่อสุญญากาศ จะช่วยให้กลิ่นเหม็นและแมลงวันในบริเวณนั้นลดลง ผลจากการหมักมูลในบ่อหรือถุงที่ปราศจากออกซิเจนเป็นเวลานานๆ ทำให้ไข่พยาธิหรือมูลสัตว์ถูกทำลายหรือตายด้วย ซึ่งเป็นการทำลายแหล่งเพาะเชื้อโรคบางชนิด เช่น โรคบิด อหิวาต์ และพยาธิที่แพร่กระจายจากมูลสัตว์ด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้มูลสัตว์ถูกชะล้างลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ อีกด้วย

3. ด้านการเกษตร
3.1 การทำเป็นปุ๋ยกากที่ได้จากการหมักก๊าซชีวภาพ สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้ดีกว่ามูลสัตว์ สดๆ หรือ ปุ๋ยคอก ทั้งนี้เนื่องจากในขณะที่มีการหมักจะมีการเปลี่ยนแปลงสารประกอบไนโตรเจนใน มูลสัตว์ ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น
3.2 การทำเป็นอาหารสัตว์ โดยนำส่วนที่เหลือจากการหมักนำไปตากแห้ง แล้วนำไปผสมเป็นอาหารสัตว์ให้โคและสุกรกินได้ แต่ทั้งนี้มีข้อจำกัด คือ ควรใช้ในระดับ 5 – 10% จะทำให้สัตว์เจริญเติบโตตามปกติและเป็นการลดต้นทุนการผลิต
| หน่วยงานรับผิดชอบ : | สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | |
| ถ.พระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 | |
| โทร. 0 2 333 3700 Call Center 1313 | |
| โทรสาร 0 2 333 3833 | |
| เว็บไซต์ http://www.ops.go.th |


